================================================== -->

สมัคร เกม สล็อต

บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น

  • เยี่ยมชมบล็อก:896935
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 890
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-04-03 11:09:23
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ฉายวันแรกรายได้ต่ำมาก แต่หนังของตั๊กเป็นหนังทางเลือกซึ่งก็เข้าใจได้ว่าผลตอบรับจะประมาณนี้ แต่พอมันได้ไปอยู่ในเทศกาล Udine Far East Film Festival ด้วยเลยทำให้ตั๊กอยากรู้ว่าเขาชอบหนังเรื่องนี้เพราะอะไร เลยส่งอีเมลไปถาม ซึ่งได้รับคำตอบว่า หนังของตั๊กถูกจัดอยู่ในคำจำกัดความที่ว่า Cult Films หรือ ภาพยนตร์เกินวิสัย คือหนังที่ไม่จำกัดแนว ไม่จำกัดความ ไม่มีขอบเขต ตีความได้หลากหลาย

ที่เก็บบทความ

2015(181)

2014(289)

2013(28)

2012(999)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Aili Wedding Network

สมัคร เกม สล็อต, จากที่เคยพูดออกทีวีว่าไม่ขอรับรางวัลศิลปินแห่งชาติ เพราะยังติดเที่ยวอาบอบนวดอยู่ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม วันนี้พ่อดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง ได้ออกมาอธิบายถึงเรื่องดังกล่าวอีกรอบ บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น กรณ์ ห่วงเปิดรับ แจ็ก หม่า ไทยเสียเปรียบ ชี้ดาต้าอยู่ในมือต่างชาติเกือบหมด จี้รัฐบาลออกยุทธศาสตร์อุดช่องโหว่ อนุสรณ์ แนะห้าง-โชห่วยเร่งปรับตัว ก่อนยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซโกยเกลี้ยง นิด้าโพลเผยประชาชนมองเศรษฐกิจ 3 เดือนแรกแย่ลง เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดรับแจ็ก หม่า ประธานกรรมการบริหารของกลุ่มอาลีบาบาว่า มีคนตั้งคำถามเยอะว่ารัฐบาลอ้าแขนรับแจ็ก หม่าขนาดนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อผู้ประกอบการไทย ลองดูสัมภาษณ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ โดยผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซไทย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ว่าเรื่องนี้มีทั้งข้อดีและประเด็นพึงระวัง ทั้งนี้ ขอเสริมว่าประเทศไทยเป็นประเทศขนาดกลางที่พึ่งพาการค้าขายระหว่างประเทศมากกว่าประเทศอื่นส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งไม่มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมของตนเอง จึงต้องพึงระวังทุกเรื่องที่ทำให้คู่แข่งที่ใหญ่กว่า และต้นทุนต่ำว่า สามารถเจาะตลาดไทยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แล้ว วันนี้ data (ข้อมูล) ของเราอยู่ในมือต่างชาติเกือบหมดแล้ว (Facebook, Google etc) ทำให้งบโฆษณาเกือบทั้งหมดถูกโอนไปที่บริษัทเหล่านี้ ในอนาคต data การใช้จ่ายทั้งหมดของไทยจะอยู่ในมือต่างชาติอีกด้วย การบริการทางการเงินจะย้ายตามไป รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์ลดความเสียเปรียบในจุดนี้ให้กับผู้ประกอบการไทย นายกรณ์ระบุ ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แสดงความเห็นต่อผลกระทบของอาลีบาบาและยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอื่นๆ อย่าง JDcom, Amazon, Shoppee, 11Street, Lazada ต่อเศรษฐกิจว่า จะส่งผลให้เกิดการเติบโตและขยายตัวเพิ่มขึ้นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบก้าวกระโดด การที่แพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกขยายการลงทุนมาประเทศไทย หวังจะใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ไปสู่การขยายตลาดในภูมิอาเซียน จะทำให้ไทยพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการกระจายสินค้าและบริการในภูมิภาคได้ผ่านดิจิทัลฮับต่างๆ ด้านหนึ่งจะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและช่องทางในการกระจายสินค้าให้กับผู้ผลิตของไทยสู่ตลาดโลก อีกด้านหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของไทย และที่มีผลกระทบหนักคือธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ทั้งหลาย โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและร้านค้าปลีกรายย่อยและโชห่วยของไทย หากธุรกิจไทยทั้งออฟไลน์และออนไลน์ไม่สามารถปรับตัวให้แข่งขันได้ โอกาสและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นย่อมตกแก่ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมเข้ามาลงทุน นายอนุสรณ์ระบุ สำหรับการประกาศลงทุนของอาลีบาบาด้วยเม็ดเงิน 11,000 ล้านบาทในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปตื่นเต้นจนเกินเหตุ เพราะเป็นเงินเพียงแค่ 5% ของกำไร 200,000 ล้านบาทของอาลีบาบาเมื่อปีที่แล้ว หากหวังว่าอาลีบาบาจะมาช่วยเกษตรกรรายย่อยของไทย ขายข้าว ขายผลไม้โดยเขาไม่ได้กำไรหรือไม่ได้ผลประโยชน์ที่จูงใจเพียงพอน่าจะเป็นการเล็งผลเลิศมากเกินไป สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ ทำให้ผู้ผลิตของไทย โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย มีอำนาจต่อรองและได้รับแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ภายใต้โครงสร้างตลาดที่ถูกครอบงำจากทุนยักษ์ใหญ่ ขณะที่ธนาคารและกิจการธุรกิจทางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องปรับตัวด้วย เพราะจะได้ผลกระทบ เนื่องจากการลงทุนของอาลีบาบาและยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์จะมาพร้อมกับระบบขนส่งและระบบการจ่ายเงินออนไลน์แบบครบวงจร เช่น Alipay, E-Wallet, E-Finance จะแย่งส่วนแบ่งตลาดของการบริการทางการเงินจากธนาคาร ขณะที่การท่องเที่ยวของชาวจีนอาจเพิ่มขึ้นจากระบบการจองผ่าน Digital Platform ของ อาลีบาบา กระทบต่อกิจการท่องเที่ยวที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์หรือคนกลางของไทย ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง เศรษฐกิจไทยดีขึ้นหรือไม่ ใน 3 เดือนแรกของปี พศ2561? จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4592 ระบุว่าเศรษฐกิจแย่ลง รองลงมาร้อยละ 3752 เท่าเดิม, ร้อยละ 1624 เศรษฐกิจดีขึ้น และร้อยละ 032 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละด้านที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่ พบว่า ด้านเพิ่มรายได้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 5208 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 2528 แย่ลง ร้อยละ 2176 ดีขึ้น, ด้านลดค่าครองชีพ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 4776 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 3376 แย่ลง ร้อยละ 1808 ดีขึ้น, ด้านลดภาระหนี้สิน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 6232 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 2592 แย่ลง ร้อยละ 1008 ดีขึ้น, ด้านเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 4480 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมา ร้อยละ 3984 แย่ลง ร้อยละ 1472 ดีขึ้น, ด้านเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 4760 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 3752 ดีขึ้น ร้อยละ 1416 แย่ลง สำหรับระดับความสุขจากนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 5792 ระบุว่ามีความสุขเท่าเดิม รองลงมา ร้อยละ 2112 มีความสุขลดลง และร้อยละ 2096 มีความสุขเพิ่มขึ้น เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ร้อยละ 4944 ระบุว่าไม่เชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 4224 เชื่อมั่น และร้อยละ 832 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคาดหวังต่อเศรษฐกิจไทยหลังจากที่มีการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ 5896 คาดว่าจะดีขึ้น รองลงมาร้อยละ 1688 เหมือนเดิม ร้อยละ 592 คาดว่าจะแย่ลง22 เมย2561 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ว่า ปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือเป็นปัญหาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทัพ ทั้งนี้เนื่องจากภัยคุกคามประชาชาติได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว การทำสงครามแบบเดิมที่ต้องเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากเพื่อทำศึกได้เปลี่ยนเป็นภัยคุกคามในรูปการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม และการใช้เทคโนโลยีด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีอำนาจการทำลายล้างมหาศาล โลกปัจจุบันจึงเน้นนโยบายการสร้างความร่วมมือเพื่อลดเงื่อนไขการก่อสงคราม

จริงๆ แล้วผมอยากรับ แต่กลัวว่าตัวผมเองจะไปทำอะไรไม่ดี แล้วมันจะเสียสถาบันเขา เราต้องดูตัวเราเองก่อนว่าดีพอไหมที่จะไปรับศิลปินแห่งชาติ ศิลปินแห่งชาติเป็นสถาบันที่ยิ่งใหญ่มากนะ หมายถึงว่าเป็นคนเด่นในสังคมที่อยู่ในประเทศไทย ผมก็เลยไม่กล้ารับ เพราะชีวิตผมยังปล่อยไปตามอารมณ์อยู่ อยากเที่ยว อยากสังสรรค์ อยากจะไปไหนด้วยตัวเอง เลยคิดว่าเราไม่สมควรกับรางวัลนี้อย่างยิ่ง บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้นกระทรวงพาณิชย์หนุนเกษตรกร ผุดศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนเพิ่ม 20 แห่ง มั่นใจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งกระทรวงพาณิชย์หนุนเกษตรกร ผุดศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนเพิ่ม 20 แห่ง มั่นใจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง

อ่าน(342) | แสดงความคิดเห็น(626) | ส่งต่อ(317) |
บทความยอดนิยมที่เกี่ยวข้อง
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

จักรพรรดิ Taiding 2021-07-31

เบรูเมเบอร์ มือปืนเปลือยกราดยิงร้านอาหารเทนเนสซี ดับ 3 เจ็บ 4 22 เมษายน พศ 2561 เวลา 20:07 น มือปืนเปลือยกายใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมเออาร์-15 บุกเข้าไปสาดกระสุนสังหารผู้คนในร้านอาหารแห่งหนึ่งชานเมืองแนชวิลล์ของสหรัฐ เมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ เหยื่อเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 4

22 เมย2561 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ว่า ปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือเป็นปัญหาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทัพ ทั้งนี้เนื่องจากภัยคุกคามประชาชาติได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว การทำสงครามแบบเดิมที่ต้องเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากเพื่อทำศึกได้เปลี่ยนเป็นภัยคุกคามในรูปการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม และการใช้เทคโนโลยีด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีอำนาจการทำลายล้างมหาศาล โลกปัจจุบันจึงเน้นนโยบายการสร้างความร่วมมือเพื่อลดเงื่อนไขการก่อสงคราม

จอห์นฮิโระ 2021-04-03 11:09:23

วิษณุ ยัน สนชมีอำนาจเต็มโหวตอย่างไรก็ไม่ผิด เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมปลุกผี กสทชที่วืดไปมีสิทธิสมัครได้อีก พท-ปชป ประสานเสียงข้องใจคลิปเสียง วอนสรรหาคนดีเพราะมีผลประโยชน์เยอะ เมื่อวันอาทิตย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนชตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กสทช เพื่อเสนอที่ประชุม สนชประกอบการพิจารณา ดังนั้นเขาสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติมาแล้ว สนชมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นชอบด้วยเหตุผลขาดคุณสมบัติได้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องตรวจสอบและรายงานทุกอย่างแก่ สนชเพื่อตัดสินใจ ส่วนผู้ที่ถูกลงมติไม่เห็นชอบสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น แล้วแต่เขา น่าลองดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง เพราะการลงมติของ สนชมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าสมาชิกจะลงมติอย่างไรก็ตาม การอภิปรายเป็นเหตุผลของสมาชิกแต่ละคน ทั้งนี้ บุคคลที่ สนชไม่ให้ความเห็นชอบครั้งนี้สามารถเข้ารับการสรรหาเป็น กสทชใหม่ได้ ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวกรณีนี้ว่า เป็นลักษณะเดียวกับการโหวตคว่ำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการควบคุม กสทชให้ได้คนที่ตัวเองสั่งการได้เพื่อใช้ควบคุมสื่อมวลชนหรือไม่ เหมือนกับสั่ง กกตได้ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งสื่อจะมีความสำคัญ ส่วนที่ สนชออกมาปฏิเสธว่าคลิปเสียงไม่จริง นายกฯ ไม่เคยสั่งการนั้นเป็นเรื่องแปลก เพราะผลโหวตที่ออกมาเป็นไปตามคลิป ดังนั้น นายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก ที่ผ่านมาใครที่ทำงานตอบสนองผู้มีอำนาจให้ได้เปรียบทางการเมือง จะได้รับการต่ออายุให้ทำงานต่อ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) แต่พอคัดสรรองค์กรอื่นเมื่อไม่ได้คนดังใจก็ให้คัดกันใหม่ แบบนี้ท่านต้องการจะควบคุมให้ทุกอย่างเป็นดังใจเพื่อรอวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดอีกกรณีหนึ่งทำนองเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้มมาแล้วกรณีโหวตคว่ำ กกต ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สนชและกรรมการสรรหาควรต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ปล่อยอึมครึมคาดเดากันเอาเอง และที่อยากจะเรียกร้องคือ ความรับผิดชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้ที่ขาดคุณสมบัติจำนวนมาก แสดงว่ามีความบกพร่อง ไม่รอบคอบในการสรรหาหรือไม่ เป็นความบกพร่องแบบเหลือวิสัยหรือไม่ใส่ใจ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ การสอบสวนคลิปหลุดนั้น คงไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะตอบประชาชนให้คลายความสงสัยข้องใจไปได้ ส่วนคำถามว่า สนชมีใบสั่งหรือไม่ ก็ต้องถามว่าที่ไปที่มาของ สนชมาอย่างไร คงเป็นคำตอบอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มองเหมือนกันว่า น่าจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มที่คณะกรรมการสรรหา โดยมีความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ คือ 1คณะกรรมการสรรหาได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ มีความพยายามบล็อกโหวตหรือไม่ อย่างไร 2สนชทำหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พศ2553 บัญญัติไว้ หรือไม่ เพราะกฎหมายบัญญัติให้ สนชมีหน้าที่ลงมติเลือกเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 3มีการส่งสัญญาณจากนายกฯ หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองให้ล้มการเลือก กสทชครั้งนี้จริงหรือไม่ กสทชมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล และมีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษอย่างมาก การสรรหา กสทชจึงต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเราจะได้ กสทชที่มีหิริโอตตัปปะ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช ทั้งคณะกรรมการสรรหาและ สนช ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง นายองอาจกล่าว

ซิน 2021-04-03 11:09:23

บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น, จากที่เคยพูดออกทีวีว่าไม่ขอรับรางวัลศิลปินแห่งชาติ เพราะยังติดเที่ยวอาบอบนวดอยู่ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม วันนี้พ่อดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง ได้ออกมาอธิบายถึงเรื่องดังกล่าวอีกรอบ。 จากที่เคยพูดออกทีวีว่าไม่ขอรับรางวัลศิลปินแห่งชาติ เพราะยังติดเที่ยวอาบอบนวดอยู่ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม วันนี้พ่อดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง ได้ออกมาอธิบายถึงเรื่องดังกล่าวอีกรอบ。

ทาเคฮาระ อากิฮิโระ 2021-04-03 11:09:23

อดีต สสระยอง ปชปโต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช เหน็บซัด ประยุทธ์ ทำ ปชชผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ อีกรอบใครจะเลือกตนเอง เพื่อแม้ว ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ สุริยะใส เตือน คสชเดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร อลงกรณ์ ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) อดีต สสระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช นำไปสู่การคาดการณ์ว่า สสปชปภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค ประชาธิปัตย์ จากเป็น สสสมัยแรกและเติบโตมาเป็น กกบหของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น สส บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล สสเป็นมุ้งหรือก๊วน แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ สสด้วยกัน อดีต รมตของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค ประชาธิปัตย์ คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย นายสาธิตระบุ นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พลอ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พลอ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม นายสาธิตระบุ ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสชอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตยเพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ รัฐบาล คสชอยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พลอประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสชทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พลอประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสชพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน นายอนุสรณ์กล่าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต สสนครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พลอประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต สส สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พลอประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสชหรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย มีความพยายามจะดูดอดีต สสพรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสชและพรรคพันธมิตร คสช แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเมยที่ผ่านมา อดีต สสของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร สสในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต สสของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสชปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน นายประเสริฐกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสชและแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนชล้มการสรรหา กสทช หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต กล่าวว่า การดูด สสกลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสชหรือ พลอประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้ บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน สส สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสชสนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสชคิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร นายสุริยะใสระบุ ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป นายอลงกรณ์กล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พคและ มิยว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เมย61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พลอประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 4020%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 3301%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 2810% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 4078%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 3014%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 2943% ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 3585%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 3321%, อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 3132% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 4447% เพราะ เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 3645% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 1908% เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสชปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ ยนี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พลทสรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน พลทสรรเสริญกล่าว , วิษณุ ชี้ปฏิรูปตำรวจชุด บุญสร้าง ไม่เสียของ ยันทุกอย่างจบที่คณะ มีชัย แน่ แย้ม บิ๊กตู่ เร่งเข็นประเด็นแต่งตั้งโยกย้ายโชว์ก่อน อดีต ผบสส ระบุข้อเสนอปรับสีกากีอีก 70% เตรียมชงเข้า ครม 24 เมยนี้ วิทยา โวยล้มเหลวแก้ไม่ตรงจุด ศาล เผย สตช แชมป์หน่วยงานโดนฟ้องเยอะสุด เมื่อวันที่ 22 เมย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พรบตำรวจแห่งชาติ พศ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานเมื่อวันที่ 20 เมย เห็นว่าอาจพิจารณายกร่างใหม่ทั้งฉบับว่า ตนและ พลอบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบสส ในฐานะอดีตประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งหากจะยกร่างใหม่ก็ไม่เป็นไร ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้เร็ว ที่เขาทำมาเราใช้เป็นฐานในการพิจารณาได้ นายวิษณุกล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจเป็นเสี้ยวหนึ่งของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เราจะนำข้อสังเกตและรายงานของคณะกรรมาธิการ 3 คณะ คือ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่มี พลอบุญสร้างเป็นประธาน, คณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม ที่มีนายอัชพร จารุจินดา เป็นประธาน และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน มาประกอบการพิจารณา และนายมีชัยได้สั่งให้นำรายงานการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช), สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท) ที่ทำไว้อย่างละเอียดมาพิจารณาด้วย ถามว่า ต้องยกร่างใหม่ ถือว่าการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุด พลอบุญสร้างเสียเปล่าหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เสียเปล่า เพราะได้รับฟังความคิดเห็นมา ถือว่าได้สิ่งนั้น อีกทั้ง พลอบุญสร้างระบุว่ามีอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้เขียน ถ้ามีเวลาเขาเตรียมจะทำ คราวนี้ เราจะเอาอันนั้นมาใส่ต่อกันกับของคณะกรรมการชุดนี้ ได้ประโยชน์แน่ และการปฏิรูปตำรวจจะจบในคณะกรรมการชุดนี้ ไม่มีการตั้งเพิ่มอีก รองนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของกรอบการทำงานของคณะทำงานชุดนี้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) ใช้คำว่าเร่งรัด อย่างน้อยเอาอะไรที่ทำได้เลยออกมาก่อน เช่น ประเด็นการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ถ้าออกมาได้ทีเดียวทั้งหมดก็อยากให้เป็นเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นจะไม่เห็นภาพรวม ต้องให้ความเห็นใจชุด พลอบุญสร้าง เพราะต้องทำปฏิรูปทั้งหมด มีการแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก 30% เป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย พอออกมาก็ตื่นเต้นว่าทำมา 1 ปีได้เท่านี้ แต่ส่วนที่เหลืออีก 70% เขาส่งมาแล้ว หลายอย่างสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยจะนำทั้งหมดมาใช้ในชุดของนายมีชัย รองนายกฯ กล่าว ย้ำว่าจะเห็นการปฏิรูปตำรวจเป็นรูปธรรมภายในปีนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อยากใช้คำว่าไม่กี่วันนี้ด้วยซ้ำ และไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาเหมือนกับการปฏิรูปอื่นๆ เพราะไม่ต้องทำแผนปฏิรูป ทำเพียงกฎหมายส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ พลอบุญสร้าง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการชุดนายมีชัยจะรื้อการปฏิรูปตำรวจใหม่ว่า ไม่ทราบเขาจะรื้อแค่ไหน เพราะในที่ประชุมก็ไม่ได้มีการพูดตรงๆ แต่ขอให้สิ่งที่ทำนั้นออกมาดีและเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง ถ้ามีการพิจารณาร่างกฎหมายทั้งฉบับ ก็เป็นธรรมดาที่ปฏิรูปตำรวจอาจล่าช้าออกไป อาจจะเลื่อนได้บ้าง แต่ขอให้ออกมาดี จะช้าไปบ้างทุกฝ่ายก็คงรอได้ ซึ่งทราบว่าภารกิจที่เหลืออีก 2 ด้าน ซึ่งเป็นงานถึงร้อยละ 70 ที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจได้ดำเนินการมาจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครมในวันที่ 24 เมยนี้ พลอบุญสร้างกล่าว ส่วน พลตอรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบตร) ในฐานะกรรมการพิจารณาร่าง พรบตำรวจแห่งชาติ พศ ชุดนายมีชัย กล่าวว่า นายมีชัยมีแนวทางให้เร่งดำเนินการนัดประชุมสัปดาห์ละ 3 วัน และกำหนดว่าภายใน 2 เดือน จะได้ร่างกฎหมายตำรวจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจได้ หลังจากร่างกฎหมายลงตัวตกผลึก จะได้นำไปสู่กระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องทำในการปฏิรูปตำรวจต่อไป คณะกรรมการชุดใหม่ก็คล้ายนับหนึ่งใหม่ แต่ก็นำร่างกฎหมาย แนวทางในเรื่องต่างๆ ที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเสนอขึ้นมามาดูทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาคณะทำงานชุด พลอบุญสร้างเป็นประธาน ก็ทำออกมาตามกรอบรัฐธรรมนูญแล้ว ชุดใหม่ก็มาพิจารณากันว่าจะเพิ่มตรงไหนให้สมบูรณ์ขึ้น ไม่ถึงกับโละ หลักการอันไหนถ้าดีก็ไปต่อ ต้องเพิ่ม ปรับเปลี่ยนบ้าง หาแนวทางที่ลงตัว ตกผลึกในชุดนี้ ซึ่งไม่มีวิธีไหนดีที่สุด เนื่องจากยังไม่มีผลการปฏิบัติเกิดขึ้น จึงบอกไม่ได้ว่าวิธีไหนถูกต้องที่สุด พลตอรุ่งโรจน์กล่าว รอง ผบตรกล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นตำรวจในราชการคนเดียวที่อยู่ในกรรมการ ก็จะทำหน้าที่เป็นปากเสียงของตำรวจ สะท้อนเรื่องจริงให้กรรมการได้รับทราบ ถึงปัญหาและการแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ แม้ผลสรุปต้องอยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ในกรรมการ แต่หน้าที่ของตนต้องเสนอความจริงให้กรรมการได้รับทราบมากที่สุด เพื่อจะได้นำไปสู่แนวคิดแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง การปฏิรูปตำรวจต้องทำ 3 อย่าง คือ 1แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค การทำงาน ออกกฎหมายส่งเสริม สนับสนุนการทำงานทุกมิติ 2แก้ในเชิงบริหาร บางเรื่อง เช่น เรื่องบุคคล การเพิ่มกำลังพล การสนับสนุนงบประมาณอย่างสอดคล้องกับสถานะประเทศ 3การปรับภายในองค์กรตำรวจเอง รอง ผบตรระบุ ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ แสดงความผิดหวังกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดนี้อย่างมาก เนื่องจากได้ยกร่างการปฏิรูปที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้ยกร่างให้สอดคล้องกับการถ่วงดุลกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ รวมทั้งการจัดให้มีการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากสองหน่วยงานที่มีศาสตร์แตกต่างกัน ซึ่งการที่ไม่มีสองประการนี้ เท่ากับข้อเสนอการปฏิรูปขัดกับรัฐธรรมนูญไปแล้ว วันเดียวกัน ในช่วงเดือนครบรอบสถาปนาศาลยุติธรรม 136 ปี ได้เผยแพร่สถิติคดีที่เข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และภาค 1-9 ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่าคดีที่เกี่ยวกับบุคลากรในหน่วยงานที่ถูกฟ้องใน 5 อันดับ อันดับที่ 1 คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 402 คน, อันดับที่ 2 กระทรวงมหาดไทย 368 คน, อันดับที่ 3 องค์การบริหารส่วนตำบล 351 คน, อันดับที่ 4 กระทรวงศึกษาธิการ 348 คน, อันดับที่ 5 องค์การบริหารส่วนเทศบาล 195 คน โดยข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และภาค 1-9 ในปี 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,295 ข้อหา โดยข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณา อันดับที่ 1 ฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยทุจริตหรือโดยมิชอบ ม157 จำนวน 757 ข้อหา, อันดับที่ 2 ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ม147 จำนวน 82 ข้อหา เป็นต้น。 บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น。

โจหยินกง 2021-04-03 11:09:23

22 เมย2561 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ว่า ปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือเป็นปัญหาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทัพ ทั้งนี้เนื่องจากภัยคุกคามประชาชาติได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว การทำสงครามแบบเดิมที่ต้องเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากเพื่อทำศึกได้เปลี่ยนเป็นภัยคุกคามในรูปการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม และการใช้เทคโนโลยีด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีอำนาจการทำลายล้างมหาศาล โลกปัจจุบันจึงเน้นนโยบายการสร้างความร่วมมือเพื่อลดเงื่อนไขการก่อสงคราม, ครอบครัวของเขาที่ฉนวนกาซา ซึ่งเป็นดินแดนปาเลสไตน์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของฮามาส ออกแถลงการณ์ว่า เรากล่าวโทษมอสสาดว่าอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้ ด้านกลุ่มฮามาสก็ยอมรับว่า ฟาดี ซึ่งฮามาสบรรยายว่าเป็นนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส。 อดีต สสระยอง ปชปโต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช เหน็บซัด ประยุทธ์ ทำ ปชชผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ อีกรอบใครจะเลือกตนเอง เพื่อแม้ว ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ สุริยะใส เตือน คสชเดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร อลงกรณ์ ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) อดีต สสระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช นำไปสู่การคาดการณ์ว่า สสปชปภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค ประชาธิปัตย์ จากเป็น สสสมัยแรกและเติบโตมาเป็น กกบหของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น สส บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล สสเป็นมุ้งหรือก๊วน แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ สสด้วยกัน อดีต รมตของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค ประชาธิปัตย์ คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย นายสาธิตระบุ นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พลอ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พลอ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม นายสาธิตระบุ ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสชอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตยเพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ รัฐบาล คสชอยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พลอประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสชทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พลอประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสชพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน นายอนุสรณ์กล่าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต สสนครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พลอประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต สส สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พลอประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสชหรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย มีความพยายามจะดูดอดีต สสพรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสชและพรรคพันธมิตร คสช แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเมยที่ผ่านมา อดีต สสของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร สสในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต สสของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสชปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน นายประเสริฐกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสชและแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนชล้มการสรรหา กสทช หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต กล่าวว่า การดูด สสกลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสชหรือ พลอประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้ บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน สส สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสชสนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสชคิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร นายสุริยะใสระบุ ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป นายอลงกรณ์กล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พคและ มิยว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เมย61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พลอประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 4020%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 3301%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 2810% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 4078%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 3014%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 2943% ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 3585%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 3321%, อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 3132% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 4447% เพราะ เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 3645% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 1908% เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสชปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ ยนี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พลทสรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน พลทสรรเสริญกล่าว 。

เมิง ช้าง 2021-04-03 11:09:23

22 เมย2561 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ว่า ปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือเป็นปัญหาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทัพ ทั้งนี้เนื่องจากภัยคุกคามประชาชาติได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว การทำสงครามแบบเดิมที่ต้องเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากเพื่อทำศึกได้เปลี่ยนเป็นภัยคุกคามในรูปการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม และการใช้เทคโนโลยีด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีอำนาจการทำลายล้างมหาศาล โลกปัจจุบันจึงเน้นนโยบายการสร้างความร่วมมือเพื่อลดเงื่อนไขการก่อสงคราม, ตชดบุกจับกุม มะแอน เอเยนต์ยาเสพติดในตัวเมืองกระบี่ คนร้ายยิงต่อสู้ เจอกระสุนทะลวงอกเป็นศพ อีกรายรวบหนุ่มเมียนมา รับจ้างขนไอซ์ค่ากว่าล้าน แลกกับค่าเดินทางไปทำงานภูเก็ต เมื่อวันที่ 22 เมษายนนี้ ที่ ร้อยร2521 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี วัดมัชฌิมเจริญธรรม (วัดป่าช้า) หมู่ 1 ตบางริ้น อเมือง จระนอง พอธานี เกียรติสาร รอง ผบฉกร25 พร้อมด้วย พทสุรศักดิ์ พึ่งแย้ม เสธ ฉกร25, พตทปราโมทย์ ผาสุก สวกกสสภจวระนอง ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่จุดตรวจเกาะสะระนีย์ (เกาะผี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายบา โช ชาวเมียนมา ขนยาไอซ์ 1 กิโลกรัม มูลค่านับล้านบาท พอธานีเปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก พอเฉลิมพร ขำเขียว ผบฉกร25 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จุดตรวจเกาะสะระนีย์ (เกาะผี) ปฏิบัติภารกิจตรวจค้นบุคคลและสิ่งของที่มากับเรือโดยสารเข้า-ออก จาก จระนอง และ จเกาะสอง ประเทศเมียนมา โดยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เรียกตรวจเรือโดยสารจาก จเกาะสอง ที่จะผ่านแดนเข้า จระนอง ขณะทำการตรวจค้นพบนายบา โช สัญชาติเมียนมา ซึ่งเป็นผู้โดยสารท่าทางมีพิรุธ จึงได้ตรวจค้นกระเป๋าสะพาย พบของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวมภาชนะบรรจุ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนในถุงใบชายี่ห้อหนึ่ง จากการสอบสวน นายบา โช ให้การรับสารภาพว่า นำยาไอซ์จาก จเกาะสอง จะข้ามฝั่งมายัง จระนอง และจะเดินทางต่อไปที่ จภูเก็ต เพื่อส่งต่อให้กับเอเยนต์ โดยก่อนหน้าได้ติดต่อนายหน้าชาวเมียนมาว่าจะขอไปทำงานที่ จภูเก็ต โดยการลักลอบเข้าเมืองด้วยการทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราว แล้วแฝงตัวออกไปนอกพื้นที่ โดยนายหน้าได้เสนอให้ตนรับยาไอซ์จาก จเกาะสอง นำไปส่งที่ภูเก็ต เพื่อแลกกับค่าเดินทางในการไปทำงานที่ภูเก็ต แต่ระหว่างนั่งเรือข้ามแดนก็มาโดนเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน อีกราย เมื่อคืนวันเสาร์ นายศรัทธา ทองคำ นายอำเภอเมืองกระบี่ ได้รับแจ้งจาก พตตวีระศักดิ์ คงเพชร ผบร้อย ตชด426 นำกำลังชุด ชปขร้อย ตชด426 เข้าจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่หมู่ 1 ตอ่าวนาง อเมือง จกระบี่ โดยร่วมกับเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เข้าล่อซื้อยาเสพติดจากนายวิทยา โทคง หรือมะแอน เอเยนต์ยาเสพติด ในสวนยาง หมู่ 1 ตหนองทะเล อเมือง จกระบี่ แต่นายวิทยาไหวตัว ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่หลายนัด เกิดการยิงต่อสู้กัน ปรากฏว่านายวิทยาถูกยิงเสียชีวิต ต่อมานายศรัทธาได้ประสาน พลตตบุญทวี โตรักษา ผบกภจวกระบี่ แพทย์โรงพยาบาลกระบี่ อัยการ และกู้ภัย อบตอ่าวนาง เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ พบนายวิทยา หรือมะแอน ถูกยิงที่หน้าอก 2 นัด ในมือขวากำอาวุธปืนพกชนิดออโตเมติกอยู่ 1 กระบอก ใกล้กันพบปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์อีก 1 กระบอก ตรวจสอบในกระเป๋าสะพาย พบยาบ้าจำนวน 200 เมตร ยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางและขยายผลต่อไป。 บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ทดลองใช้ฟรี พรีเมียร์ลีก ตกชั้น| ลงทะเบียนฟรี ดูบอลสด ลียง| ทดลองใช้ฟรี เว็บไซต์การพนัน LOL| เติมเงินไทยฟรี แทงบอล ผ่าน วอเลท| ลงทะเบียนฟรี เล่นสล็อตในมือถือฟรี| ลงทะเบียนฟรี ตาราง คะแนน ฟุตบอล อังกฤษ ลีก โทร ฟี่| เติมเงินไทยฟรี slot machine ทุกอัลบั้ม| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์บอล อาเซนอล| เติมเงินไทยฟรี บอลสดวันนี้ บอลโลก| ทดลองใช้ฟรี เงิน รางวัล บอล ไทย| ลุ้นบาท บอลสด มาดริด | ลงทะเบียนฟรี ตารางบอลพรุ่งนี้ บ้านบอล| ลงทะเบียนฟรี มาเก๊าบาคาร่า| เติมเงินไทยฟรี วิเคราะห์บอล7mscore| ลุ้นบาท ช่อง 3 ออนไลน์ ฟุตบอล | ลงทะเบียนฟรี ดูบอล อุดร สด| ทดลองใช้ฟรี พรีเมียร์ลีก 1998| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ กลัดบัค| ลุ้นบาท วิเคราะห์บอล ทุกลีกวันนี้ | เติมเงินไทยฟรี แทง บอล ขั้น ต่ํา 10 บาท| ทดลองใช้ฟรี ตาราง คะแนน ฟุตบอล โลก รอบ คัดเลือก 2021 โซน ยุโรป| ลุ้นบาท คาสิโนแจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก ถอนได้ | ลุ้นบาท ตาราง คะแนน ผล บอล ไทย | เติมเงินไทยฟรี วิธี เล่น สล็อต ผล ไม้ ให้ ได้ เงิน| ทดลองใช้ฟรี บอลสด อาแจ็กซ์| เติมเงินไทยฟรี พนัน ภาษาอังกฤษ| เติมเงินไทยฟรี คาสิโน เวียงจันทน์ pantip| ลุ้นบาท ความน่าจะเป็นเจ้ามือรับแทงแบล็คแจ็ค | ลุ้นบาท วิเคราะห์ บอล เช ล ซี วัน นี้ | ลงทะเบียนฟรี ที่มาของ กีฬา กอล์ฟ| ลงทะเบียนฟรี บอลสดวันนี้ ช่องไหน| ลุ้นบาท ดู บอล สด ผ่าน เน็ต 7m | ลุ้นบาท เว็บ บอล ออนไลน์ สมัคร ฟรี | ลุ้นบาท ต.โต้ง ฟุตบอล | ลงทะเบียนฟรี นวนคร เอฟซี| ลุ้นบาท ผลบอลสด ราคาบอลไหล | ลงทะเบียนฟรี ตาราง คะแนน บอล โปรตุเกส 2| ลงทะเบียนฟรี ตารางกลยุทธ์มาเก๊าแบล็คแจ็ค| ลงทะเบียนฟรี บอลสดวันนี้ ซัปโปโร| เติมเงินไทยฟรี bkk poker pantip| ทดลองใช้ฟรี เว็บ บอล แจก โบนัส ฟรี | ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ ผลบอลสด| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์ บอล 4 เซียน 3 เทพ| เติมเงินไทยฟรี โรงแรมมาเก๊า มีคาสิโน| ทดลองใช้ฟรี ดู บอล สด กรีซ| ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์ ผล บอล ญี่ปุ่น| เติมเงินไทยฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ 108| ลงทะเบียนฟรี ฟุตบอล วัน นี้ สด| เติมเงินไทยฟรี สโมสรฟุตบอลไทยฮอนด้า| ลงทะเบียนฟรี ติด พนัน ออนไลน์ pantip 2561| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ยูฟ่า| ลงทะเบียนฟรี สอน แทง บอล มือใหม่| ทดลองใช้ฟรี ผผลบอลสด| ลงทะเบียนฟรี พัฒนานิคม ซิตี้| ลุ้นบาท สูตร บา คา ร่า sbobet | ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ พันทิป| ทดลองใช้ฟรี ตาราง ถ่ายทอด สด ฟุตบอล| ลงทะเบียนฟรี ตาราง คะแนน ฟุตบอล ดิวิชั่น 1 สวีเดน| ทดลองใช้ฟรี ตาราง คะแนน บอล หญิง สเปน| ลุ้นบาท เปรียบเทียบราคาบอล1x2 | ลุ้นบาท ฟุตบอล ม.รามคําแหง | ลงทะเบียนฟรี ผล บอล สด ภาษา ไทย ดี ที่สุด| ทดลองใช้ฟรี ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ไทย กาบอง| ลุ้นบาท ดูบอลออนไลน์ | เติมเงินไทยฟรี ฟุตบอล ช่อง 3| ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์ บอล ไทย vs เวียดนาม| ลุ้นบาท สล็อต แปลว่า | ทดลองใช้ฟรี เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ํา200| ลุ้นบาท ทีเด็ด วิเคราะห์ บอล ราคา บอล | เติมเงินไทยฟรี ดู บอล สด จีน ไทย| ทดลองใช้ฟรี สมัครแทงบอล m88| ลงทะเบียนฟรี เซียนสล็อตออนไลน์| เติมเงินไทยฟรี สล็อตเกมคาสิโน| ลงทะเบียนฟรี ตาราง คะแนน บอล โลก รอบ คัดเลือก เอเชีย| ลุ้นบาท วิเคราะห์บอล ทุกลีกวันนี้ | ลุ้นบาท ฟุตบอล ฉะเชิงเทรา ไฮเทค | ลงทะเบียนฟรี ดู บอล สด ไม่ สะดุด| ลุ้นบาท เล่นสล็อตออนไลน์ผ่านทางมือถือ | ลงทะเบียนฟรี สมัคร สมาชิก ใหม่ โบนัส 200%| ลงทะเบียนฟรี วิธี แก้ เคล็ด เข้า บ่อน| เติมเงินไทยฟรี เว็บพนันบอล| เติมเงินไทยฟรี ผลการแข่งขันฟุตบอลไทย กัมพูชา| ลุ้นบาท เกมแลกเงินจริง2021 | ลงทะเบียนฟรี ผล บอล สด วัน นี้ ทุก ลีก ทั่ว โลก ฝ| ทดลองใช้ฟรี ตาราง บอล พรุ่งนี้ บ้าน ผล บอล|